วันอังคาร

การนับชั่วโมงในแต่ละกิจกรรม

เนื้อหาของกิจกรรมที่สามารถนับเป็น CPD ได้แก่ 
            1.     การเข้าร่วมอบรม/สัมมนา

-               การบัญชี/การสอบบัญชี
-               กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี
-               กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการภาษีอากร
-               เทคโนโลยีสารสนเทศเฉพาะที่เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี
-               เรื่องอื่นๆ ที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กับวิชาชีพบัญชี
2.     การเป็นวิทยากร ผู้บรรยาย ผู้ดำเนินการอบรม/สัมมนา
3.     การเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษาของรัฐหรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชนซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ทางการบัญชีไม่ว่าจะเป็นการสอนในฐานะอาจารย์ประจำหรืออาจารย์พิเศษ
4.     การศึกษาเพิ่มเติมในคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีในระดับที่สูงกว่าคุณวุฒิเดิม หรือ การศึกษาเพิ่มเติมในคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีซึ่งอาจไม่สูงกว่าคุณวุฒิเดิม
5.    การลงทะเบียนศึกษาเฉพาะรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีและได้รับหลักฐานการผ่านจากสถาบันการศึกษาของรัฐ หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)ทางการบัญชี
6.     การเข้าร่วมกิจกรรมอื่น ๆ

การนับชั่วโมงในแต่ละกิจกรรม

1. การนับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องอย่างเป็นทางการ นับดังต่อไปนี้
                   - น้อยกว่าสิบห้านาที ไม่นับเป็นจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง
                   - สิบห้านาทีถึงสี่สิบสี่นาทีให้นับเป็นครึ่งชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง
                   - สี่สิบห้านาทีถึงหกสิบนาทีให้นับเป็นหนึ่งชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง
2. การนับปีที่มีการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง ให้นับตามปีปฏิทิน โดยถือปีที่ข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้เป็นปีแรก
3.การนับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องอย่างไม่เป็นทางการตามให้เป็นไปตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
4. การเข้ารับการฝึกอบรมหรือเข้าร่วมประชุมสัมมนา ให้นับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องตามหลักเกณฑ์และวิธีการนับจำนวนชั่วโมงที่ผู้จัดการอบรม หรือการสัมมนาได้โฆษณาเผยแพร่ไว้การกล่าวเปิดการอบรมหรือการสัมมนา ให้นับชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องได้เฉพาะที่เป็นปาฐกถาพิเศษ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
             - เนื้อหาในการปาฐกถาพิเศษที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับเรื่องใด ให้นับเป็นจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องของเรื่องนั้น
             - เนื้อหาในการปาฐกถาพิเศษที่ไม่สัมพันธ์โดยตรงกับเรื่องใด ๆ ให้นับเป็นจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องเรื่องอื่น ๆ ที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กับวิชาชีพบัญชี หรือให้นำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเพื่อพิจารณา
5.ในกรณีที่ผู้จัดการอบรมหรือการสัมมนายังไม่ได้ยื่นคำขอความเห็นชอบเนื้อหาหลักสูตรหรือวิทยากรในการอบรม หรือการสัมมนาต่อสภาวิชาชีพบัญชี จะจัดการอบรมหรือการสัมมนาไปพลางก่อนก็ได้ แต่มิให้โฆษณาเผยแพร่จำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ผู้จัดการอบรมหรือการสัมมนาต้องขอความเห็นชอบจากสภาวิชาชีพบัญชีภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันสิ้นสุดการอบรม หรือการสัมมนา มิฉะนั้น สภาวิชาชีพบัญชีจะถือว่าผู้จัดการอบรมหรือการสัมมนาดังกล่าวฝ่าฝืนข้อบังคับนี้
6.การเป็นวิทยากรรวมทั้งการเสนอผลงานวิจัยหรือผลงานทางวิชาการด้วยตนเองต่อที่ประชุมวิชาการให้นับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องเป็นสองช่วงเวลาดังนี้
                   - ช่วงเวลาของการบรรยาย หรือเสนอผลงานด้วยตนเอง ให้นับตามจำนวนชั่วโมงที่ใช้ไปในการเป็นวิทยากร หรือเสนอผลงานด้วยตนเองตามหลักเกณฑ์การนับ
                   - ช่วงเวลาการเตรียมตัวเพื่อการบรรยาย หรือการเสนอผลงานด้วยตนเองให้นับเป็นจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องเฉพาะการเตรียมตัวในการบรรยายหรือการเสนอผลงานด้วยตนเองครั้งแรก โดยให้นับได้เป็นสองเท่าของเวลาตามช่วงเวลาของการบรรยาย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ดำเนินการสัมมนาการบรรยายครั้งต่อไปในเรื่องเดียวกัน ห้ามนับเป็นชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องอีกเว้นแต่วิทยากรนั้นได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาเกินกว่าครึ่งหนึ่ง โดยทำตารางเปรียบเทียบเนื้อหาเก่ากับเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงและนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเพื่อพิจารณาอนุมัติให้นับเป็นชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องเพิ่มเติม
7. การเขียนบทความทางวิชาการที่เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี ให้นับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพได้ไม่เกินสามชั่วโมงต่อหนึ่งบทความ
8.การเขียนหนังสือหรือตำราทางวิชาการที่เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีให้นับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องได้ครั้งเดียวในปีที่หนังสือหรือตำรานั้นจัดพิมพ์เผยแพร่โดยให้นับได้สิบสองชั่วโมง
9.การเป็นกรรมการ อนุกรรมการ หรือ คณะทำงานทางวิชาการในสภาวิชาชีพบัญชีหรือในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีให้นับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องได้สามชั่วโมงต่อหนึ่งตำแหน่ง และให้นับได้เพียงสองตำแหน่ง
10. การสำเร็จการศึกษาในระดับสูงกว่าวุฒิเดิม หรือระดับวุฒิเดิมแต่ในหลักสูตรหรือสาขาอื่น ให้นับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องได้วุฒิละสิบสองชั่วโมง
11. ผู้ที่ผ่านการทดสอบในหลักสูตรวิชาชีพ ให้นับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องได้สิบสองชั่วโมง
12.การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องในหมวดนี้จะนับเข้าเป็นจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องในเรื่องใดให้เป็นไปตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
13.การแสดงหลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง เป็นหน้าที่ของผู้สอบบัญชีที่จะต้องแสดงต่อสภาวิชาชีพบัญชี โดยให้ยื่นหลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง ดังนี้
               -กรณีชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นรายปี ให้ยื่นพร้อมกับการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภายในสามเดือนก่อนวันเริ่มต้นปีปฏิทิน
            -กรณีชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตล่วงหน้าเกินกว่าหนึ่งปี ให้ยื่นหลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องเป็นรายปีภายในกำหนดเวลาเช่นเดียวกับกรณีชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นรายปี การยื่นหลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องให้จัดทำตามแบบและวิธีการที่นายกสภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
14.ผู้สอบบัญชีที่ไม่อาจแสดงหลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องครบตามจำนวนชั่วโมงขั้นต่ำที่กำหนด สภาวิชาชีพบัญชีจะมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต ทั้งนี้ ให้ผู้สอบบัญชีเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องให้ครบถ้วนและยื่นหลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องต่อสภาวิชาชีพบัญชีภายในหกเดือนนับจากวันที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
 เนื้อหาของกิจกรรมที่สามารถนับเป็น CPD ได้แก่
            1. การบัญชี
            2. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี
            3. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการภาษีอากร
            4. เทคโนโลยีสารสนเทศเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ วิชาชีพบัญชี 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น